แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพี่เลี้ยง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพี่เลี้ยง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

หลวงพ่อสอนอะไร ตอน55 (บันทึกประจำวัน)

หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่๕๕) บันทึกประจำวัน

หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่๕๕)

บันทึกประจำวัน


     จากหลักฐานที่ปรากฏในคัมภีร์โบราณบ้าง จากหลักศิลาจารึกบ้าง หรือตามใบลานบ้าง ทำให้เราสามารถสืบค้นเรื่องราวในอดีต ทำให้ทราบถึงความเป็นมาของกลุ่มคนหรือสิ่งต่าง ๆ ซึ่งมีผลต่อการวิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นในอนาคตได้


     ด้วยความที่ตระหนักในความสำคัญในเรื่องนี้ หลวงพ่อทัตตชีโว จึงได้ให้พระพี่เลี้ยงเคี่ยวเข็ญให้สามเณรฝึกเขียนบันทึกประจำวัน จนหลายรูปเมื่อบวชแล้วก็ได้นำความสามารถจากการฝึกบันทึกประจำวันนั้น มาทำงานฝ่ายวิชาการหรือกลายเป็นนักเขียนไป


     “ หลวงพ่อเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ ตั้งแต่เรียนมัธยมต้นที่กาญจนบุรี หนังสือทุกเล่มในห้องสมุด ไม่มีรอดหูรอดตาหลวงพ่อ มีอะไรที่สำคัญหลวงพ่อจะจดบันทึกไว้ ทำให้หลวงพ่อเห็นความสำคัญของการบันทึก ดังนั้นเมื่อไปอยู่ต่างประเทศ ก็ให้ทำบันทึกประจำวันของวัดไว้ จะได้เป็นประโยชน์กับคนที่มาในภายหลัง เขาจะได้ไม่ต้องมาลองผิดลองถูก แค่มาศึกษาจากบันทึกประจำวันที่เราทำไว้ ก็จะย่นระยะเวลาในการทำงานได้ ”


     จากคำสั่งของหลวงพ่อทัตตชีโว ทำให้เจ้าอาวาสทุกวัดในอเมริกาต้องทำบันทึกประจำวันของวัดไว้ และเมื่อหลวงพ่อมีโอกาสไปเยี่ยมท่านก็จะถามหาทุกครั้ง กระทั่งปัจจุบันนี้แม้ว่าท่านจะมีภารกิจมาก หาโอกาสที่จะไปอเมริกายาก แต่ทุกครั้งที่โทรมากราบถวายรายงาน ท่านก็จะย้ำ

      “ ยังเขียนบันทึกประจำวันอยู่ไหม ทำเข้าไปนะลูก แล้วมันจะเป็นประโยชน์ มันจะเป็นข้อมูลที่ใช้ในการทำงานต่อไป บันทึกไป วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นในวัด แล้วเราแก้ไขอย่างไร หรือแม้มีเหตุการณ์อะไรพิเศษ มีใครมาเยี่ยมเยียน มีใครมาปฏิบัติธรรม จัดงานสำคัญอะไร ก็บันทึกไว้ โดยเฉพาะพวกสถิติ ตัวเลขต่าง ๆ ต้องมี ”


     เมื่อกล่าวถึงการบันทึก ทำให้นึกถึงครั้งที่หลวงพ่อได้ฝึกให้อาตมาจดบันทึก ท่านให้ฝึกบันทึกเหตุการณ์ประจำวันของวัด จำได้ว่า ครั้งแรกกว่าท่านจะให้ผ่าน เพียงแค่ท่านต้องการให้จบในหน้าเดียว อาตมาต้องเขียนแล้วเขียนอีกจนหมดกระดาษไปกว่า ๕๐ แผ่น จนเกือบจะท้อว่าเขียนอย่างไรก็ไม่ได้ดังใจท่าน


     หลวงพ่อท่านคงเห็นแววตาที่ท้อแท้ ท่านจึงหยิบหนังสือมงคลชีวิตที่พระอาจารย์ฐานวุฑโฒ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของอาตมาเขียนไว้ มาให้ดู แล้วถามว่า

      “ เอ็งอ่านเล่มนี้จบหรือยัง ”

      “ จบแล้วครับหลวงพ่อ พระอาจารย์ท่านเขียนดี สรุปความง่าย ๆ แต่มีประโยชน์ นำไปใช้ได้เลยครับ ”

     “ อืม แล้วเอ็งรู้ไหม เล่มนี้ฐานะ ใช้เวลาเขียนนานไหม ”

     “ ไม่ทราบครับหลวงพ่อว่านานแค่ไหน แต่น่าจะใช้เวลาในการรวบรวมครับ ”

     “ ใช้เวลาในการรวบรวมนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่ใช้เวลามากคือ กว่าเล่มนี้จะออกมาได้ ฐานะเอามาให้หลวงพ่อตรวจไม่รู้กี่รอบ บางครั้งเขาเอามาให้ดู ถามว่า ดีไหม หลวงพ่อก็บอก ดี เหมาะกับการอยู่ในถังขยะ แล้วหลวงพ่อก็ทิ้งลงถังขยะ เขาก็เก็บไปตรวจแก้ใหม่ มาให้หลวงพ่อดูอีกหลายรอบ กว่าจะผ่าน ”


     พูดเสร็จหลวงพ่อก็อ่านหนังสือต่อ ทำให้อาตมาเกิดกำลังใจว่า ขนาดพระอาจารย์ของเรา ยังต้องเขียนหลายรอบ แล้วเราเป็นใคร เขียนไม่กี่รอบจะให้ได้ดังใจหลวงพ่อ




ขอขอบคุณภาพจากgoogle.com
อาสภกันโต ภิกขุ
๑๗ ก.ย. ๕๙

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

หลวงพ่อสอนอะไร ตอน 20 ( การดูแลสุขภาพของสามเณร สุขภาพฟัน การเคี้ยวอาหาร)

หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๒๐)






หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๒๐)




     ใครที่เคยเป็นพ่อแม่คนย่อมจะเข้าใจดีว่า การเลี้ยงลูกให้ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ซึ่งเราก็คงจะเห็นมีข่าวอยู่เสมอตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่า พ่อแม่กลุ้มอกกลุ้มใจที่ลูกไปติดยาหรือไปเกะกะเกเร บางครั้งก็ทำร้ายร่างกายพ่อแม่เสียเอง นั่นเพียงเลี้ยงลูกไม่กี่คนยังลำบากยากเย็นขนาดนั้น ลองหลับตานึกว่าหากเรามีลูกเป็นร้อยจะเกิดอะไรขึ้น




     ที่วัดพระธรรมกายเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ในช่วงที่อาตมาเป็นพระพี่เลี้ยงสามเณร จะมีสามเณรอยู่ ๑๒๑ รูป หลวงพ่อทั้งสองท่านมอบหมายให้หลวงพี่สุรพลเป็นหัวหน้า และมีพระพี่เลี้ยงเป็นผู้ช่วย โดยที่ท่านคอยติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เฉพาะเพียงการรับฟังจากการรายงาน แต่เมื่อไรที่ท่านมีเวลาหากไม่เรียกให้พระพี่เลี้ยงไปพบเพื่อให้คำแนะนำ ท่านเองก็จะมาที่แผนกสามเณรเข้าออกตามกุฏิต่าง ๆ ตรวจดูตามตู้เก็บของ ชั้นวางของ รวมทั้งห้องน้ำห้องท่า ดูการตากผ้า ดูลานสรงน้ำ

สิ่งที่ท่านจะเตือนอยู่บ่อย ๆ คือ การดูแลสุขภาพของสามเณร

     “ สามเณรยังเด็ก ดูแลสุขภาพตัวเองยังไม่เป็นหรอกท่าน หลวงพ่อคิดว่าอยู่ที่บ้านก็ไม่มีใครแนะนำ เพราะฉะนั้นพวกท่านต้องคอยดูแลตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน ”

     นอกจากจะสั่งพระพี่เลี้ยงแล้ว หลวงพ่อจะจัดให้มีการตรวจสุขภาพของสามเณรเป็นระยะ ๆ และหาวิทยากรมาอธิบายให้ความรู้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพฟัน ซึ่งอาตมาคิดว่า สามเณรมีบุญมากจริง ๆ ที่รู้จักการใช้ไหมขัดฟันตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ในขณะที่อาตมาเองมาเริ่มใช้ เมื่ออายุปาเข้าไปเกือบ ๒๐ แล้ว



หลวงพ่อท่านเอาใจใส่เรื่องนี้มาก ท่านจะคอยย้ำอยู่เสมอว่า

     “ อย่าดูเบานะท่าน เรื่องสุขภาพฟันมันเป็นเรื่องสำคัญ หากไม่กวดขัน ฉันอะไรไปแล้วไม่แปรงฟัน ก็จะเป็นเหตุให้ฟันผุ เดี๋ยวเถอะจะมีโรคอะไรต่อมิอะไรตามมาอีกเยอะ ”                                
     
     หลวงพี่สุรพลท่านจึงให้พระพี่เลี้ยงคอยดูอย่างใกล้ชิด โดยให้พระพี่เลี้ยงจัดแบ่งอุปกรณ์สำหรับการแปรงฟันเป็นชุด ๆ เฉพาะบุคคล แยกแปรงแต่ละสีแต่ละกุฏิ เวลาแปรงฟันทั้งตื่นเช้า หรือก่อนเข้านอน พระพี่เลี้ยงก็จะมาคอยดูว่า แปรงฟันถูกวิธีและใช้เวลานานพอเพียงหรือไม่ 

     เมื่อพูดถึงเรื่องฟันก็จะเกี่ยวพันไปเรื่องของการขบฉัน สิ่งนี้อาตมากล้ายืนยันได้ว่า ยากจะหาพ่อคนไหนที่เอาใจใส่ลูกเหมือนที่หลวงพ่อเอาใจใส่สามเณร แม้แต่โยมพ่อของอาตมายังไม่เคยทำแบบที่หลวงพ่อทำ อยากรู้แล้วสิว่าท่านทำอย่างไร อาตมาอยากจะเรียกว่า วันเหม็นแห่งชาติ



     มีอยู่วันหนึ่งท่านสั่งให้พระพี่เลี้ยงเอาตลับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๑ นิ้ว มาให้สามเณรทุกรูปแล้วสั่งว่า ให้เอาอุจจาระของตนเองใส่ลงไป นึกแล้วก็ขำ อาตมาพลาดเองไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่าต้องเอามามากน้อยแค่ไหน สามเณรบางรูปใส่มาซะเต็มขอบตลับ ต้องไล่ไปเอาออก

     อาตมาเข้าใจว่า หลวงพ่อท่านคงจะให้เอาไปตรวจตามปกติ แต่ที่ไหนได้ หลวงพ่อมาเอง แล้วให้สามเณรแต่ละรูปเอาตลับอุจจาระของตนเองออกมาดู หลวงพ่อเดินตรวจด้วยตนเอง แล้วท่านก็มาสรุปให้สามเณรฟังว่า

     “ สามเณรหลายรูปที่ฉันสักแต่ว่าฉัน ไม่รู้จักสังเกต หลวงพ่อเองถูกโยมพ่อฝึกมา เวลาเคี้ยวต้องเคี้ยวให้ละเอียด ไม่ใช่ว่าฉันข้าวโพดแล้วก็ออกมาเป็นเม็ด ๆ แทบจะเหมือนเดิม การที่เคี้ยวไม่ละเอียดจะทำให้ลำไส้ต้องทำงานหนักขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องรีบร้อน ให้เคี้ยวให้ละเอียด จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องท้องเรื่องลำไส้ในวันข้างหน้า ”


     อีกเรื่องหนึ่งที่อาตมาอยากจะถามคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายว่าเคยทำหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ สิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้ทำให้อาตมาต้องตระหนักในหน้าที่ของพระพี่เลี้ยงมากขึ้น

     มีอยู่คืนหนึ่งดึกมากแล้ว เกือบเที่ยงคืน อาตมายังไม่จำวัดจึงเดินรอบ ๆ แผนกสามเณรเพื่อดูความเรียบร้อย ผ่านกุฏิหลังหนึ่งซึ่งเป็นกุฏิสามเณรเล็ก เห็นมีเงาตะคุ่ม ๆ มองไปจะว่าเป็นพี่เลี้ยงก็ไม่น่าใช่ เลยเดินเข้าไปดู ต้องตกใจเพราะเป็นหลวงพ่อทัตตชีโว เมื่อเห็นอาตมาท่านก็บอก

     “ บอกพระพี่เลี้ยงด้วยนะ ก่อนนอนต้องคอยดู สามเณรนอนกันเรียบร้อยไหม นี่หลวงพ่อเห็นบางองค์ขาออกมานอกมุ้ง เดี๋ยวยุงมันจะกัดเอา ”

     พ่อแม่จะเลี้ยงลูกสักคนให้เป็นคนดีนั้นยากแสนยาก แต่หลวงพ่อทั้งสองเลี้ยงลูกเณรของท่านเป็นร้อยให้ดีได้ ณ วันนี้หลายองค์กลายเป็นพระผู้ใหญ่ระดับรองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลไปแล้ว 

มีบุญจริงหนอ สามเณรวัดพระธรรมกาย









ขอขอบคุณภาพจาก google.com

อาสภกันโต ภิกขุ

๘ ส.ค. ๕๙